Coffee Prince in Surat

The Kingdom of Coffee Lovers

New drink : Srilanka Ceylon Tea ของแท้ๆ กันยายน 9, 2009

โปรตุลาหลัง

ตอนนี้มีชาซีลอนใหม่มาให้ลองชิมกันนะจ๊ะ

ถ้าพูดถึง “ชาซีลอน” แล้ว บางคนก็อาจจะนึกถึง ชาสีส้มๆที่ขายทั่วๆไป

แต่ชาซีลอนที่เรานำมาให้ชิมครั้งนี้

เรานำเข้ามาจากศรีลังกาแท้ๆ

ผมว่ามันหอมจริงๆ

สามารถชงได้ทั้งชาดำร้อนเย็น ชานมร้อนเย็น ชาซีลอนผลไม้

ผมได้มาไม่มากนะครับ หมดแล้วหมดเลยจ้า

 

Promotionใหม่ เดือนสิงหา – กันยา สิงหาคม 8, 2009

ProAugSept

 

โปรโมชั่นประจำเดือน พ.ค. – มิ.ย. มาแว้วววววจ้า พฤษภาคม 13, 2009

Filed under: กาแฟ, โปรโมชั่น — tueng55 @ 12:29 am

CP_poster

 

รีบๆมากันนะจ๊ะ

Coffee Prince In Surat

 

ใกล้เปิดเทอมแว้วววววววววว…ดีใจ พฤษภาคม 5, 2009

ปิดเทอมที่ผ่านมานับเป็นช่วงเวลาแห่งการรอคอย และทุกข์ทรมานสำหรับเจ้าของร้านกาแฟอย่างผมมากๆ 

 

ไหนจะจำนวนลูกค้าที่น้อยลง รายได้ที่หดหาย เพราะรายได้ที่เคยได้จากเด็กๆร.ร.สุราษฏร์หายเกลี้ยง พึ่งเห็นว่าเด็กก็มีคุณค่าวันนี้แหละ (เราถึงชอบเด็กมัธยมไง อิอิ)

 

ก็เลยต้องกลับมานั่งคิดว่า

ความสุขของร้านกาแฟคืออะไร.. หรือความสุขของเจ้าของร้านคืออะไร

 

สำหรับตัวผม คิดว่าการทำร้านกาแฟที่มีความสุขได้ต้อง

- ร้านกาแฟพอเลี้ยงตัวมันเองได้ อาจจะไม่ต้องกำไรมากมาย เพราะว่าเราคงไม่หวังรวยจากทางนี้ กำ้รี้กไรใช่จะมากมาย ถ้าถามคนในวงการนี้ก็คงรู้ดี แต่อยากให้รายได้พอๆกะรายจ่าย ผมก็คงพอใจแล้วล่ะ

- ได้นั่งเพลินๆในร้าน ผ่อนคลาย ได้พูดคุยกับลูกค้าที่ชื่นชอบในรสสัมผัสของกาแฟ 

- ได้พัฒนาสิ่งใหม่ๆขึ้นในร้าน เช่นมีเครื่องดิ่มใหม่ๆ ขนมใหม่ๆ โปรโมชั่นใหม่ๆ ออกมาให้ลูกค้าและตัวเราเองได้ตื่นเต้น

- ได้กินกาแฟเย็นๆหอมๆสักแก้ว ..เหอๆ

 

แค่นี้แหละความสุขของผม…

 

ไม่รู้ว่ามันจะเป็นไปได้มั้ย แต่ตอนนี้ก็คงจะตกตั้งแต่ข้อแรก หุหุ

 

แต่ยังไง จะเปิดเทอมแว้ววววววว…ความหวังความสุขคงมาในอีกไม่ช้า(รึเปล่า)

 

สู้ต่อไปทาเคชิ !!!! 

 

เออว่าแต่ใครมาร้านกาแฟในช่วงสัปดาห์นี้
อยากชิม Columbia Narino Supremo เชิญที่้ร้านด่วนเลยนะครับ 
บอดิี้้ปานกลาง มีกลิ่นช็อกโ กแลตอ่อนๆ  หวานแบบนัตตี้ เอซิดิตี้ไม่มาก

colombianarsup1

CoffeePrince In Surat

 

“ความอดทนสั้น แต่สันหลังยาว” มีนาคม 10, 2009

“ความอดทนสั้น แต่สันหลังยาว” คงจะเป็นนิยามที่เข้าด้วยกับอุปนิสัยของผมมากที่สุด “ในตอนนี้”

 

อยากนอน อยากนั่งเฉยๆ อยากนิ่งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  ”สงบ สยบเคลื่อนไหว”

 

ปล่อยใจดั่งสายน้ำ ให้ไหลไปตามกระแสธารแห่งจิต ลัดเลาะไปตามโขดหินโดยมิแตกแยกสลาย

 

อยากเป็นใบไม้ที่ลอยบนผิวน้ำ ไหลเอื่อย ละเลื่อยลิ่ว เปล่าเปลี่ยวแต่ไม่เดียวดาย

ยังมีแต่สิ่งแวดล้อมที่บินฉิว ผ่านหน้าไป แต่ไม่กระทบจิต

 

อยากเป็นดังกลิ่นหอมกาแฟ ที่ทิ้งไว้แต่เพียงรสสัมผัส แล้วเลือนลางหายไป

 

อยากนั่ง อยากนิ่ง อยากเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง อยากเดินทางโดยไม่มีจุดหมาย

 

บะบายทุกท่าน ผมหนีไปก่อนสักแปป

 

ร้านไม่ปิดนะ แต่ผมหนีไปเที่ยวสักอาทิตย์

 

รักทุกท่านจากใจของคนที่ “ความอดทนสั้นแต่สันหลังยาว”

 

Coffee Prince In Surat

 

ยุงกับคน MosquitoAndMan มีนาคม 1, 2009

“ยุง” คงจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาแต่ดึกดำบรรพ์ บรรพการณ์อันใด คงไม่มีใครทราบได้ แต่ก็คงมีคนไปสืบเสาะอยู่แหละว่า มันมาได้ไง และแน่นอนว่าคงจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านยุง (Mosquitoist) อยู่บนโลกนี้ หวังว่าเค้าจะได้เข้ามาอ่านในบล็อกนี้ และคงจะไ ด้ข้อสังเกตเดียวกันกับผม

 

imag0128

 

ความสงสัยต่อยุงในหัวผมมันพรุ่งพล่านมาเมื่อไม่นานมานี้  เพราะช่วงนี้มันเยอะเหลือเกิน ในฐานะของแพทย์ที่ดีควรจะเฝ้าระวังในเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายที่เกิดจากมัน (เหตุผลที่กล่าวไปเมื่อกี้ ล้อเล่นทั้งสิ้น)

 

ทฤษฎีที่ 1 ยุงชอบของดำ

ยุงชอบวนเวียนอยู่กับของดำเรื่อยไป ที่สว่างยุงไม่ชอบไปเพราะเหตุอันใดไม่ทราบ ถ้าเปรียนได้ยุงคงเหมือนนักเที่ยวกลางคืน ที่ชอบวนเวียนอยู่ในที่มืด ที่มีแสงวับแวม เค้าดนตรีจังหวะอิเลคโทรนิคกันไป ถ้าทฤษฏีที่ผมคิดไว้เป็นจริง ยุงก็น่าจะพบได้มากที่ทองหล่อ ข้าวสาร รัชดา

นอกจากนั้นยุงยังชอบวัตถุสีดำอีกด้วย เช่นเก้าอี้สีดำที่ร้านจะพบยุงเยอะมาก

 

ทฤษฎีที่ 2 ยุงชอบตอมหัว

ยุงชอบบินวนเวียนอยู่บนหัว ไม่ทราบว่าจะไปสัมพันธ์กับทฤษฎีกับก่อนหน้านี้ที่ว่ายุงชอบของดำหรือไม่ เพราะฉะนั้นน่าจะทำ Randomized control trial (RCT) พิสูจน์หาเปรียบเทียบจำนวนยุงบนหัวสีดำ กับหัวทองว่า แตกต่างอย่างมีนัยยะสำคัญหรือไม่ ในส่วนนี้ผมขอให้บริษัทขายยาย้อมผมเป็นโต้โผในการทำเลยดีกว่า เผื่อว่าเอาไปโปรโมทหรือออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “ยาย้อมผมป้องกันยุงตอมหัว” คนน่าจะซื้อไปใช้เยอะแน่ๆ

 

ทฤษฎีที่ 3 ยุงสามารถหาตำแหน่งของหูได้อย่างแม่นยำ

เคยแปลกใจไหมว่าทำไมยุงถึงรู้ตำแหน่งของหูได้อย่างแม่นยำ เวลาเรานอนยุงชอบมาบินเอาเฮลิคอปเตอร์มาจอดที่หูเราเสมอ หรือว่าผิดที่เรากันแน่ที่มีหูที่ได้ยินเสียงได้จึงรู้ว่ามันมาบินตอม ถ้าขาหนีบเราได้ฟังเสียงได้ ก็อาจจะได้ยินยุงเอาฮอมาลงเช่นเดียวกัน หรือว่าจะสัมพันธ์กับทฤษฎีที่ 1 ว่ายุงชอบหูดำ แต่คนที่หูไม่ดำก็เคยยืนยันว่ายุงชอบเอาฮอมาลงเช่นเดียวกัน

 

ทฤษฎีที่ 4 จำนวนยุงแปลผกผันกับคน

ในร้านที่ขายของ หรือบริการต่างๆก็คงจะทราบดีว่า วันไหนนั่งตบยุงก็แปลว่าคนเงียบมากมาย ยุงยิ่งมากคนยิ่งน้อย ยุงยิ่งน้อยคนยิ่งมาก หรือจะทำเป็นสมการได้ดังนี้

ยุง α  1/คน

imag0126

สำหรับใครที่มีทฤษฎีเกี่ยวกะยุงมากกว่านี้ก็เอามาบอกกันได้นะ

ที่กล่าวมาทั้งหมด ก็เพื่อจะมาบอกแค่นี้แหละว่า “วันนี้ยุงเยอะจัง” อิอิ

 

รักและสวัสดี

Coffee Prince In Surat

 

และแล้ว..เสื้อก็หมด แต่อย่าพึ่งตกใจ หุหุ กุมภาพันธ์ 17, 2009

และแล้ว… เสื้อก็หมด… เป็นที่เรียบร้อย

 

คนอยากได้เยอะจริงๆ ตอนนี้มีลูกค้าประจำบางคน ที่อยากได้มาก แต่ไม่ได้

 

ขอโทดลูกค้าที่น่ารักทุกๆคนครับ

 

เอาเป็นว่าปลอบใจด้วยโปรกุมภา2 “แจกแก้วCoffeePrince” แทนละกันนะ

 

แก้วสวยมี 4 สีให้เลือก เขียว ฟ้า น้ำตาล ชมพู 

 

imag0125 

ใครได้เป็นเจ้าของ สามารถฝากแก้วไว้กับทางร้าน

 

เมื่อมาใช้บริการครั้งต่อๆไป สามารถเรียกใช้แก้วของตัวเองได้ครับ

 

แถมมีโปรโมชั่นประจำสำหรับคนใช้แก้ว CoffeePrince ด้วย

 

พอไหวมะ สำหรับคนที่พลาดหวังจากเสื้อ

 

รักลูกค้า รักทุกคน

 

Coffee Prince In Surat

 

โปรโมชั่นเดือนกุมภาพันธ์มาแล้วจ้า… กุมภาพันธ์ 3, 2009

ลด แลก แจก แถม มากินกันเยอะๆนะจ๊ะ

pro-2_52

 

ปล. เสื้อ Coffee prince มีจำนวนจำกัดนะจ๊ะ  รีบๆสะสมกันหน่อยนะ

 

ทำไมต้องโฮมเมดเบเกอร์รี่ กุมภาพันธ์ 1, 2009

Filed under: ขนม, เบเกอร์รี่, โฮมเมด — tueng55 @ 12:54 am

วันนี้ที่ร้านเงียบๆครับ เงี๊ยบเงียบ เงียบเป็นเป่าสาก ขายได้พอค่าแรงน้องๆครับ ค่าแรงพี่ๆก็ต้องรอต่อไป เหอๆๆๆ ไม่เป็นไรหรอกครับ ทำด้วยใจซะอย่าง หวังว่าลูกค้าที่เข้ามาคงได้เห็นว่าเราทำด้วยจิตใจจริงๆ ผมก็วันนี้ทำขนมไป 5 อย่าง สะใจมาก เหนื่อยลากเลือด ดีใจที่เปิ้ล(หุ้นส่วนที่ร้ากกกกกกมาก เพราะออกตังเยอะ) และน้องๆ ก็เริ่มทำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ หวังว่าต่อไปเราคงสบายตัว อิอิ

 

ทุกวันนี้ก็ยังมีคนมาถามเรื่อยๆครับ ว่า ที่ร้านรับขนมที่ไหนมา ผมก็ได้แต่บอกว่า ทำเองพี่ คำถามต่อมาก็ ทำเป็นเหรอ ผมก็ตอบเป็นคำตอบสุดท้ายครับว่า “ต้องไปชิม พี่ ของเราโฮมเมด” อิอิ

 

 p1070064

 

 วันนี้ตอนกำลังกวนบราวนี่อย่างเมามัน และรู้สึกเมื่อย เหนื่อย เซ็ง ผมก็กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมตูต้องมาทำอะไรอย่างนี้ด้วยวะ ตรวจคนไข้ห้าคนก็ได้แล้ว อันนี้กวนแทบตาย ต้องรอขายอีกถึงจะได้ตัง ขายไม่หมด ขาดทุนอีก “ไปรับเค้ามาขายเลยดีกว่าไหมเนี่ย” 

 

“ทำไมต้องโฮมเมดเบเกอร์รี่ด้วยวะ”  พูดกับตัวเอง

 

นั่งคิดไป กวนไป ตีวิปครีมไป ก็พอคิดได้เป็นข้อๆอย่างนี้แหละครับ

 

1. วัตุดิบที่เราใช้ เป็นวัตถุดิบที่เราใช้ทำเพื่อนกินกันเองภายในบ้าน ไม่ใช่ของคุณภาพโรงงาน ที่มุ่งเน้นผลกำไรมากๆ โฮมเมดของเราจะเลือกใช้ของที่มีคุณภาพดี บางทีหาซื้อไม่ได้ในจังหวัดสุราฎร์ เราก็พยายามสั่งมาจากกรุงเทพ เพื่อที่จะได้เหมือนที่เราเคยทำกินกันที่บ้าน เช่นช๊อกโกแลตของเรา ที่เราใช้ในลาวาเค้ก เราใช้เฮอร์ชี่ ที่เราใส่ในบราวนี่เราซื้อเป็นแพค แพคละเกือบแปดสิบบาท ใช้หนึ่งอันต่อหนึ่งถาด ครีมชีสที่ใช้ในพาย ก็ใช้ครีมชีสสดๆของฟิลาเดเฟียก้อนละเกือบเจ็ดร้อยบาท บลูเบอรี่ที่ใช้เราก็ใช้แบบกระป๋อง ไม่ใช่แยมบลูเบอรรี่ นี่ก็อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้รู้สึกถึงรสชาติที่แตกต่างจากขนมตามท้องตลาดทั่วไป

 

 

2. แต่ละครั้งที่ทำ จะทำในปริมาณที่ไม่มากเกินไป ทำให้ขนมของเราใหม่และสดอยู่เสมอ อีกทั้งควบคุมรสชาติได้ง่ายกว่าการทำปริมาณมากๆ

 

p1070065

3. สูตรขนมที่ใช้ เราก็พยายามใช้สูตรที่ทำออกมาแล้ว ตัวเราเองชอบ ลูกค้าที่ได้กินชอบ บางครั้งก็เป็นสูตรที่โรงงานขนาดใหญ่ทำไม่ได้เพราะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากเกินไป หรือถ้าทำออกมาแล้วต้นทุนการผลิตสูง แต่ถ้าโฮมเมด เราก็จะทำวิธีที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้เบเกอร์รี่ที่อร่อยที่สุด แม้จะยุ่งยากแค่ไหนก็ตาม

 

p1070062

4. ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงได้ง่าย เพราะเราทำเอง ขายเอง บางครั้งกินเอง เหอๆๆ เจอลูกค้าด้วยตัวเอง บางครั้งลูกค้าคอมเม้นต์ว่าต้องการแบบนี้ เราก็สามารถปรับได้ทันที เช่น ผมเคยเจอลูกค้าบางคนไม่ชอบทานบราวนี่ที่ ชุ่มฉ่ำเกินไป ที่ร้านก็สามารถนำเข้าตู้อบเพื่อให้บราวนี่แห้งมากขึ้นได้ ลูกค้าก็แฮปปี้

 

p1070013

5. สูตรลับพิเศษที่เราใส่ในขนมทุกชิ้น คือ ความรัก เมื่อท่านได้กินก็เหมือนได้รับความอบอุ่นจากขนมชิ้นเล็กที่เราทำด้วยหัวใจจริงๆ แค่เพียงเท่านี้ที่คนทำรู้สึกภาคภูมิใจ

 

5 เหตุผลก็คงจะพอสำหรับคำถามที่ว่า “ทำไมต้องโฮมเมดเบเกอร์รี่”

 

และไม่ว่ายังไงคอฟฟี่ปริ้ซ์ เราก็จะทำโฮมเมดต่อไป ตราบชั่วฟ้าดินสลาย (พูดเหมือนหนังไทยโบราณ)

 

เฮ้อ แต่เหนื่อยจัง

Coffee Prince in Surat

 

The Home Barista’s Guide to Espresso – Introduction to Espresso :มาทำความรู้จักกับ Espresso Blend กันเถอะ มกราคม 18, 2009

Espresso เกือบทั้งหมดที่ใช้ทุกวันนี้มักจะเป็นเมล็ดจากหลายๆที่นำมาผสมกัน ซึ่งในภาษาอิตาเลี่ยนก็คือ ‘miscela’ ซึ่งภาษาอังกฤษก็คือ ‘Blend’ หรือนันก็คือการผสมกันของเมล็ดนั่นเอง ซึ่งในแต่ละที่ก็มีการผสมกันเพื่อให้ได้รสชาติและรสสัมผัสแตกต่างกันไป แต่กฎโดยทั่วไปของการblending คือ เอสเปรซโซที่ได้จะต้องมีรสเปรี้ยว (Acidity) แต่ไม่เด่นโดด, มีบอดี้ที่หนัก (Heavy bodied) และมีรสหวานพอที่จะควบคุมสมดุลระหว่างความขม (Bitter) และความเปรี้ยว (Acidity) ในเอสเปรซโซเบลนด์นั้นๆ

At the Coffee Plantation – เริ่มตั้งแต่ที่ปลูก

ในการเก็บเกี่ยวและทำสารกาแฟ (เมล็ดดิบที่ไม่ผ่านการคั่ว) แบ่งออกเป็นใหญ่ๆได้ สองแบบ คือ “Natural” และ”Pulped-natural”

“Natural” หรือบางท่านอาจคุ้นกับคำว่า “Dry processed” นั่นเอง ซึ่งหมายถึง การปล่อยให้ลูกเชอรี่ของกาแฟแห้งอยู่บนต้น หรือนำมาตากให้แห้ง ก่อนที่จะเอาเปลือก (Skin) และเนื้อ (Fruit) ออก เพื่อให้เหลือแต่เมล็ดหรือสารกาแฟนั่นเอง

“Pulped-natural” หรือ “Semi-wet processed” หมายถึง การนำลูกเชอรรี่ที่ได้มาแช่น้ำแล้วลอกเอาskinออก แต่ยังเหลือfruit แล้วนำมาตากให้แห้ง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ได้ กาแฟที่มีบอดี้ที่หนักกว่า, หวานกว่า, และมีเปรี้ยวน้อยกว่าวิธีแรก รวมทั้งมีครีม่าที่มากกว่าด้วย ดังนั้นวิธีนี้จึงเหมาะที่จะนำมาทำเป็นSingle origin หรือเอสเพรซโซที่กลั่นออกมาจากเมล็ดเพียงแหล่งเดียว ไม่ผ่านการBlend ซึ่งวิธีนี้จะยุ่งยากกว่า คือถ้ามีเมล็ดกาแฟที่เน่าเพียงไม่กี่เมล็ดจะทำให้ เอสเพรซโซที่ได้เสียรสชาติไปเลยที่เดียว

นอกจากทั้งสองวิธีแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่ง คือ “Wet processed” คือการที่ล้างทั้ง Skin และ Fruit ออกจนเหลือแต่เมล็ดแล้วนำเมล็ดมาตากแห้ง ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้ได้เอสเพรซโซที่ หวานน้อยกว่า แต่มีรสเปรี้ยว (Acidity)  ที่มากกว่า ซึ่งอาจจะไม่ดีนักถ้านำมาทำเป็นเอสเพรซโซ แต่ข้อดีของวิธีนี้ทำให้เกิดกลิ่นและรสชาติของดอกไม้ (Floral) และผลไม้ (Fruity) ได้ดีกว่าวิธีอื่น ซึ่งเหมาะกับการนำไปเบลนด์เข้ากับเมล็ดที่มาจากDry processed ซึ่งสารกาแฟที่ผ่านกรรมวิธีนี้เหมากับการคั่วอ่อนกว่าปกติ ซึ่งจะไม่บดบังกลิ่นและรสชาติของFloral และ Fruity

ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นโดยภาพรวมจะหมายถึงเฉพาะกาแฟพันธุ์อราบิก้า (Arabica) แต่บางที่ (..เช่นในประเทศไทย อันนี้เสริมเอง..) จะมีการใช้กาแฟพันธุ์โรบัสต้า (Robusta) นำมาเบลนด์ด้วย ซึ่งโรบัสต้าเกรดต่ำช่วยเสริมให้บอดี้หนักมากขึ้น มีความหวานมากขึ้น และมีครีม่าที่มากขึ้น แต่ข้อเสียคือจะมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในเอสเพรซโซ เช่น กลิ่นยางไหม้ เป็นต้น แต่ถ้าเป็นโรบัสต้าอย่างดี จะมีข้อดีอย่างที่กล่าวมา แต่ไม่สร้างกลิ่นดังกล่าว (..เช่น โรบัสต้าจากอินเดีย อันนี้เสริมเอง..) แต่อย่างไรก็ตามการใช้โรบัสต้าก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ผู้เชี่ยวชาญบางคนอาจจะไม่ชอบใช้โรบัสต้าเลยก็มี

 

At the Roaster – ต่อมาที่”คนคั่วกาแฟ” หรือ “Roaster”

ผู้คั่วกาแฟ หรือ “Roaster” แต่ละที่จะมีรูปแบบการเบลนด์กาแฟที่แตกต่างกัน บางคนใช้กาแฟเพียง 2-4 ชนิดนำมาเบลนด์กัน ซึ่งจะทำให้กาแฟเอสเพรซโซเบลนด์ที่ได้ในแต่ละปีหรือภายในปีเดียวกันนั้น มีรสชาติที่แตกต่างกันมาก บางกลุ่มใช้กาแฟ 7-12 ชนิด เพื่อที่จะให้เอสเพรซโซเบลนด์ที่ได้ภายในปีนั้นๆมีรสชาติที่ค่อนข้างคงที่ กาแฟแต่ละชนิดจะนำมาจากประเทศต่างๆ หรือในแต่ละภูมิภาค ซึ่งปริมาณที่นำมาเบลนด์นั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณการออกของกาแฟในแต่ละปีของแต่ละชนิด

เอสเพรซโซทุกๆเบลนด์ที่นำมาใช้นั้นจะดีที่สุด เมื่อคั่วมาไม่เกินสองสัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรนำมาใช้ทันทีหลังจากคั่วเสร็จ เพราะคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในเมล็ด จะออกมาภายใน 1-2 วันแรกหลังจากคั่วเสร็จ ซึ่งจะทำให้เอสเพรซโซที่ได้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ดังนั้นจึงควรให้กาแฟได้พัก อย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังจากคั่วจึงนำมาใช้ได้

สำหรับการเลือกเอสเพรซโซเบลนด์นั้น คุณอาจจะลองหาคนคั่วกาแฟดีๆในท้องถิ่นของคุณ แล้วลองหลายๆเบลนด์ แล้วเลือกเบลนด์ที่คุณชอบที่สุด เข้ากับสไตล์ของคุณ ถามRoasterของคุณว่ามีอะไรบ้างอยู่ในเบลนด์ของเขา แม้เค้าอาจจะไม่บอกคุณหมดแต่อย่างน้อยก็พอจะบอกคร่าวๆให้คุณได้

 

Single Origin Espresso – เอสเพรซโซจากที่ๆเดียว ไม่ต้องเบลนด์

ถึงแม้ว่าที่กล่าวไปแล้ว การที่เอากาแฟ ที่ส่วนมากผ่านกระบวนการ Wet processed มาทำเอสเพรซโซโดยที่ไม่ต้องเบลนด์กับกาแฟชนิดมาใช้อาจจะไม่ค่อยเหมาะนัก แต่เทคโนโลยีในปัจจุบันได้พัฒนาไปมาก ทำให้มีเครื่องบางชนิดสามารถดึงเอารสชาติของกาแฟออกมาได้จนถึงที่สุด (..อันนี้ผู้เขียนน่าจะหมายถึงพวกเครื่อง Cloverนะ เดาเอาเอง..) ซึ่งจะเป็นตลาดใหม่ให้วงการกาแฟได้ทดสอบ และพัฒนาไปได้อีกมาก

 

Water for Espresso – น้ำก็สำคัญเหมือนกันนะ

สุดท้ายที่จะทำให้กาแฟหรือเอสเพรซโซที่ได้ออกมาดีก็คือ “น้ำ” น้ำที่ใช้จะต้องบริสุทธิ์และไม่มีกลิ่น Charcoal filtering (ที่กรองน้ำแบบถ่าน) เป็นวิธีที่ดีที่ช่วยกรองเอาคลอรีนและสิ่งปนเปื้อนออกจากน้ำประปา (น้ำประปาเมืองนอกดื่มได้ เมืองไทยก็นะ..) แต่ถ้าใช้น้ำนอกจากนั้นก็ควรจะมีfilterอย่างอื่นเช่น กรองเหล็ก ซัลเฟอร์ โลหะหนัก เชื้อโรค หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็ใช้ น้ำขวด

“น้ำบริสุทธิ์” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงน้ำกลั่น หรือน้ำที่ปราศจากแร่ธาตุใดๆ ซึ่งน้ำในธรรมชาติจะประกอบไปด้วย แคลเซียมคาร์บอเนต และแมกนีเซียมคาร์บอเนต ซึ่งจะทำให้น้ำมีความกระด้างอยู่บ้าง ซึ่งในน้ำอ่อน(น้ำที่ไม่มีแร่ธาตุเลย) จะทำให้เอสเพรซโซที่ได้มีบอดี้ที่ต่ำ และมีรสชาติโลหะ (Metallic) ในน้ำกระด้างากๆ เช่นน้ำแร่ ก็จะทำให้เครื่องมีตะกรันได้ เนื่องจากแคลเซียมคาร์บอเนตจะไปเกาะในถังต้ม และท่อส่งน้ำต่าง

น้ำที่เหมาะกับการกาแฟคือ มีความกระด้างที่ 5 เกรน (90mg/l) และมีแร่ธาตุทั้งหมดประมาณ 150 mg/l เอาง่ายๆถ้าไม่มีมั่นใจว่าน้ำกรองของเราหรือน้ำประปาเหมาะสมหรือไม่ ก็ใช้น้ำขวดดีที่สุด (แต่อย่าใช้น้ำแร่ อันตรายมาก)

 

วันนี้แค่นี้ก่อนละกันนะ บะบายครับ

Coffee Prince in Surat